2007/Oct/06


ล่าแม่มด เรื่องประหลาดในซาเล็ม
 

 

 

 


คำว่า
witch หรือแม่มดแผลงมาจากคำว่า wit ในภาษาแองโกลแซกซอน = "to know" หรือ หยั่งรู้ ต้องการรู้ ดังนั้น แม่มดจึงหมายถึง พวกที่ต้องการศึกษาหาความรู้ (ในศาสตร์ลึกลับเหนือธรรมชาติ) อาจจะด้วยแนวทางที่ดีหรือชั่วร้ายก็ได้ แต่เดิม แม่มดขาวส่วนใหญ่จะเรียนรู้ด้วยตนเอง อาจมาจากความใกล้ชิดกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามธรรมชาติ หรือจากคัมภีร์โบราณทางศาสนา แม่มดขาวบางคนอาจรับศิษย์สำหรับถ่ายทอดวิชา แต่ส่วนใหญ่แล้วจะไม่ ซึ่งตรงข้ามอย่างสิ้นเชิงกับแม่มดดำ

 

ไม่ว่าแม่มดจะมีจริงหรือไม่ หรือดีเลวอย่างไรก็ตาม ประมาณต้นศตวรรษที่ 6-11 แถบยุโรปเคยมีแม่มดและมนุษย์อาศัยอยู่ด้วยกัน แต่พอศตวรรษที่ 15-17 หรือยุคกลางของยุโรป ที่เรียกกันว่า ยุคมืด นั้นมีการล่าแม่มดขนานใหญ่ สมมุติว่าเกิดเหตุผิดธรรมชาติขึ้นในท้องถิ่น เช่นคนตายไร้สาเหตุ มีโรคระบาด คนสมัยนั้นก็จะโยนบาปใส่แม่มด พวกชาวบ้านก็จะตามหาผู้ต้องสงสัย และมักเป็นแพะรับบาป พร้อมหลักฐานจำนวนหนึ่ง บางทีหลักฐานก็ดูตลกๆ เช่นแค่เลี้ยงหมากับแมวไว้ในบ้านก็ตาม หญิงแก่ไร้ญาติบางคน ซึ่งมีแค่แมวตัวเดียวเป็นสัตว์เลี้ยงคลายเหงา มักถูกหาว่าเป็นแม่มด และถูกนำมาเผาประจานทั้งเป็นอย่างน่าอนาถ หญิงสาวบางคนที่สวยเกินไปก็โดนข้อหานี้ด้วย เพราะสงสัยว่าเอาวิญญาณแลกกับเรือนร่างอันน่ามอง ผู้ชายในสมัยนั้นจะชอบทารุณกรรมผู้หญิง โดยยกข้ออ้างจากไบเบิลขึ้นมาอ้างมั่วว่า สูเจ้าจะต้องไม่ทรมานแม่มดด้วยการปล่อยให้มีชีวิต ( "Thou shlt not a suffer awitch to live" )

 

ฉะนั้นจึงมีการเฆี่ยนประจาน การทรมานด้วยวิธีนานาที่จะนึกออกได้ ใครจะทนการทรมานไหว ก็จำต้องรับสารภาพ เพื่อจะได้ตายด้วยวิธีที่ไม่ทรมานนั่นคือ การเผาทั้งเป็น!

 

...เหตุการณ์ของการจับแพะแม่มดที่สำคัญโด่งดังคือ กรณีเซนต์โจนส์แห่งตำบลอาร์ค (โจนส์ออฟอาร์ค) เพียงเพราะเป็นผู้หญิงที่ไม่มีใครรู้ที่มาที่ไป และนำทัพปฏิวัติให้ฝรั่งเศสเป็นอิสระจากอังกฤษ อย่างเหลือเชื่อ การเมืองไม่เข้าใครออกใคร ผู้มีอำนาจในฝรั่งเศสสมรู้กันให้เธอกับอังกฤษ เพื่อแลกกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทั้งที่เธอต่างหากที่ปลดปล่อยฝรั่งเศสให้กลับมาเป็นปึกแผ่น และมีกษัฅริย์ของตนเอง เธอถูกตัดสินว่า ผิดจริงโดยใช้พลังของแม่มดในการเมืองการสงคราม และถูกเผาทั้งเป็น แต่ภายหลังเป็นร้อยปี ได้มีการรื้อคดีมาทำใหม่ และประกาศว่าการพิพากษาครั้งนั้นไม่ถูกต้อง แล้วเธอได้รับยกย่องให้เป็น หนึ่งใน นักบุญ (เซนต์) 

 

 

 

และ นี้คือเหตุการณ์ล่าแม่มดตอนหนึ่งที่ถือได้ว่าเป็นคดีโศกนาฏกรรมที่สยดสยองโด่งดังและส่งผลกระทบต่อวัฒนธรรมและสังคมอเมริกันอย่างใหญ่หลวง 

 

...แม่มด ที่หมูบ้านซาเล็ม...


เรื่อง
มันเริ่มเกิดขึ้น....เมื่อ

 


วันที่
20 มกราคม ปี 1692 หมู่บ้านซาเล็ม รัฐแมสซาซูเซตต์ เมืองเล็กๆ ในอเมริกา

 

อลิซาเบธ แพร์ริส อายุ 9 ขวบ บุตรสาวของซามูเอล แพร์ริส ที่เป็นผู้นำนิกายโปรเตสแตนท์และเป็นนายกเทศมนตรีท้องถิ่นแห่งหมู่บ้านซาเล็ม และอบิเกล วิลเลี่ยม หลานสาวอายุ 11 ปี จู่ๆ เด็กทั้งสองได้เกิดอาการลึกลับขึ้น เด็กทั้งสองหวีดร้องโหยหวน สักพักก็ล้มชักดิ้นชักงอ หน้าตาบิดเบี้ยว อยู่ในสถาวะไม่รู้สึกตัว กล่าวถ้อยคำดูหมิ่นพระเจ้า ศาสนา ถ้อยคำบางท่อนก็ฟังดูประหลาดลึกลับ คล้ายกับภาษาโบราณที่ฟังไม่รู้เรื่อง

ชั่วเวลาไม่นานนัก เด็กสาวอีกหลายคนก็แสดงอาการพฤติกรรมประหลาดที่ว่าเกิดขึ้นอีกหลายๆ หลังคาเรือน 

 


"ซาตาน ซาตาน กำลังจะกลับมา ซาตาน......"

 

วิลเลี่ยม กริสก์ แพทย์ประจำหมู่บ้านก็มารักษาเด็กในหมู่บ้าน กริสก์ใช้เวลานานในการรักษา แต่ผลที่ออกมานั้นไม่เป็นที่พอใจนัก เพราะไม่รู้ต้นสายปลายเหตุของอาการและพฤติกรรมที่น่าขนลุกนี้ได้เลย 

 

ในศตวรรษที่ 17 นั้นสมัยก่อนอ่าวแมสซาซูเซตต์สยังอยู่ในสภาพเป็นอาณานิคมของอังกฤษ และยังมีความเชื่อที่เกี่ยวกับภูตผีเพราะพื้นที่นี้เกิดโรคระบาดบ่อย และยังมีการแบ่งพรรคแบ่งพวก หมู่บ้านซาเล็มเองก็มีคู่อริที่มีการต่อสู้เปิดศึกกัน ระหว่างชุมชนเสมอ ทำให้พื้นที่หมู่บ้านที่อุดมสมบูรณ์นี้เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความหวาดระแวง

 

ล่วงเลยไปถึงกลางเดือน ก.พ.แพทย์ประจำหมู่บ้านก็จนปัญญา จึงสรุปว่าบรรดาเด็กสาวเหล่านี้โดนเวทมนต์คาถาและตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของซาตาน 

 

ที่นี้ก็เป็นเรื่อง พวกชาวบ้านและนักบวชพากันวิ่งวุ่น หาวิธีต่างๆ เพื่อเปิดโปงว่าใครคือต้นเหตุ เช่น จอห์น อินเดีย ทำเค้กผสมข้าวไรน์กับปัสสาวะเด็กๆ ที่ล้มป่วย เพื่อล่อให้พ่อมดแม่มดปรากฏออกมา 

 

ภายใต้ความกดดันอย่างหนักที่จะระบุแหล่งที่มาและต้นกำเนิดของภัยร้าย จู่ๆ บรรดาเด็กสาวได้อ้างชื่อผู้หญิงออกมาสองคนคือ ทิทูบา อินเดียน ทาสรับใช้คาริบเบียนที่อาศัยในบ้านของซามูเอล แพร์ริส... ถึงวันที่ 29 ก.พ. ได้มีประกาศจับกุมทิทูบา อินเดียน, ซาราห์ ออสบอร์น แม้ออสบอร์จะยืนยันความบริสุทธิ์ แต่ทิทูบา กลับสารภาพว่าฝึกเวทย์มนต์คาถาของแม่มดจริงๆ ระหว่างฝึกสามารถมองเห็นปีศาจร้ายปรากฏกาย มันมีรูปร่างคล้ายหมูอ้วน บางครั้งเป็นหมาใหญ่ ยิ่งกว่านั้นเธอยังบอกด้วยว่าสมรู้ร่วมคิดกับกลุ่มแม่มดเพื่อประกอบการชั่วร้ายในเมืองซาเล็มด้วย

ปั้นปลายชีวิตของทิทูบาถูกควบคุมตัวเป็นเวลานาน ตอนท้ายของการพิจารณาคดีเธอถูกขายออกไปในตลาดทาสอีกครั้ง 

 

ไม่กี่วันต่อมาหลังจากนั้นผู้พิพากษาศาลท้องถิ่นจอห์น ฮาธอร์น และโจนาธาน คอร์วิน ไต่สวนทิทูบา,ซาราห์ ในที่ประชุมกลางหมุ่บ้านซาเล็ม สิ่งที่น่าสนใจเป็นบันทึกถ้อยคำให้การระหว่างผู้พิพากษากับซาราห์

"ผู้ชั่ววิญญาณร้ายตนใดที่เจ้าคุ้นเคยสนิทสนมใกล้ชิดด้วย

ไม่มีค่ะ 

 

"เจ้าเคยทำสัญญาจ้างกับปีศาจหรือไม่"

 

"ไม่ค่ะ"

 

"ทำไมเจ้าต้องทำร้ายเด็กๆ เหล่านี้"

 

"ข้าไม่ได้ทำร้ายเด็กๆ ข้าขอปฏิเสธ"

 

"ใครจ้างวานให้เจ้าทำเช่นนั้น"

 

"ข้าไม่ได้รับจ้างใครทั้งสิ้น"

 

"เช่นนั้นเป็นสรรพสิ่งใดที่เจ้ารับว่าจ้างมา"

 

"ไม่มีสิ่งใดเลย ข้านั้นถูกกล่าวหาแบบผิดๆ"

 

ไม่กี่สัปดาห์ต่อมาชาวเมืองจำนวนมากออกมาต่อว่าว่าเคยถูกก่อกวนและเคยเห็นร่างปีศาจจำแลงของคนในชุมชนเดียวกัน การล่าแม่มดยังดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้น พร้อมกับคำสารภาพมากมายที่พร่ำพรูออก