2009/Jul/21

 


edit @ 21 Jul 2009 22:56:17 by ornorn :)

2008/Jan/06

 
 

 

 

ที่มา:เด็กดีจ้า~*^^

               เราได้อุซะ ได้อาไรกันบ้างคะ??? ^^

 

2008/Jan/03

1. มองเผินๆ ก็จะเห็นแต่ความหอมหวาน น่าลิ้มลอง
2. มองนานๆ ก็จะยิ่งอยากกิน
3. แต่ความอร่อยของขนมเค้กไม่ได้วัดกันที่ความสวยงามของหน้าตา
4. และความรักก็ต้องมองให้ลึกลงไป
5. ขนมเค้กจะสมบูรณ์แบบต้องมีเนื้อเค้กที่อร่อยจริง
6. เพราะถ้าเลือกกินแต่ครีมที่แต่งหน้า...ก็จะเลี่ยน
7. และถ้าเลือกมองแต่ความสวยงามภายนอกก็จะได้รู้จักแต่ความรักอย่างผิวเผิน
8. เหมือนที่ไม่ได้รู้จักความอร่อยของเนื้อเค้ก
9. กว่าจะมาเป็นขนมเค้กที่สมบูรณ์แบบได้ ต้องใส่ใจในทุกส่วนประกอบ
10. และกว่าจะเป็นความรักที่สมบูรณ์แบบได้...

 

edit @ 21 Jul 2009 13:19:00 by ❤ DANDELION ❤

2007/Nov/10

เล่าความร้าวรานของตัวฉัน
หยิบใบขึ้นมา . . . . . . . . . . . . . . .

โ ย น ไ ป บ น ฟ้ า ..  บ น ต ะ วั น
แต่แรงใจ  แรงไฟ  แรงฝัน หมดลงตั้งแต่ใบนั้น โรยลา

 ใ บ ไ ม้ แ ห้ ง สี น้ำ ต า ล
เหลือเพียง เ ง า ข  อ ง ค ว า ม อ่ อ น ห ว า น

ในวันล้า  . . . . . . . . . . .
ปลิวไหวตามสายลม ที่หอบพัดความขื่นขม ผ่านเข้ามา

ถมทับอยู่บนพื้นดินอย่าง ไ ร้ ค่ า และล่วงลงจากกิ่งช้า ๆ
พร้อม ห ย ด น้ำ ต า . . . . . ของใครบางคน


 ใ บ ไ ม้ แ ห้ ง สี น้ำ ต า ล 
มีเรื่องราวของวันวานที่สับสน

อี ก น า น แ ค่ ไ ห น กว่าหัวใจจะมีใครสักคน
หยิบใบขึ้นมาอย่างมีเหตุผล  และพาฉันผ่านพ้นความหม่นใจ

ใ บ ไ ม้ แ ห้ ง สี น้ำ ต า ล
จ ะ มี ใ ค ร ต้ อ ง ก า ร กั น อี ก ไ ห ม

รอคอยอยู่ตรงนี้ บนพื้นดินที่อ้างว้างห่างไกล
ทับถมลงบนหยดน้ำตาใส . . . . . . . . . . . . .

จ น ก ว่ า ล ม ห า ย ใ จ สุ ด ท้ า ย จ ะ สิ้ น สุ ด ล ง


เครดิต: http://diary.yenta4.com/diary.php?น้องP:16:9:2007

edit @ 12 Nov 2007 13:05:42 by IcE_OreO~*+

edit @ 5 Dec 2007 14:46:34 by IcE_OreO~*+

2007/Nov/09

บทกลอนของเด็กแอฟริกัน ผู้ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมจากUN


                  Nominated by UN as the best Poem of 2006 - Written by an
                  African Kid

                  When I born, I black                 : เมื่อผมเกิด ผมผิว
ดำ

                  When I grow up, I black           : เมื่อผมโตขึ้น ผมก็ยัง
ผิวดำอยู่

                  When I go in Sun, I black         : เมื่อผมอยู่ใต้แสงแดด
ผมก็คงยังผิวดำ

                  When I scared, I black             :  เมื่อผมกลัว ผมก็ผิว
ดำ

                  When I sick, I black                  : เมื่อผมป่วย ผมก็
ยังผิวดำ

                  And when I die, I still black       : และเมื่อผมตาย ผมก็
ยังคงผิวดำ



                  And you white fellow                 : และคุณ...เพื่อน
มนุษย์ผิวขาว

                  When you born, you pink          : เมื่อแรกเกิด คุณมี
ผิวสีชมพู

                  When you grow up, you white   : เมื่อคุณโตขึ้น คุณมีผิวสี
ขาว

                  When you go in sun, you red    : เมื่อคุณอยู่ใต้แสงแดด
คุณมีผิวสีแดง

                  When you cold, you blue           : เมื่อคุณหนาว คุณมี
ผิวสีน้ำเงิน

                  When you scared, you yellow    : เมื่อคุณกลัว คุณมีผิวสี
เหลือง

                  When you sick, you green          : เมื่อคุณป่วย คุณมี
ผิวสีเขียว

                  And when you die, you grey        : เมื่อคุณตาย คุณมี
ผิวสีเทา



                  And you calling me colored??    : และคุณเรียกผมว่า คนผิว
สี??


edit @ 5 Dec 2007 14:46:43 by IcE_OreO~*+

2007/Nov/07

 

1.ยุงบินด้วยความเร็ว 5 ไมล์ต่อชั่วโมง...

2.ผีเสื้อบินด้วยความเร็ว 20 ไมล์ต่อชั่วโมง...

3.เส้นผมคนรับน้ำหนักได้ 3 กิโลกรัม...

4.เสียงกรนที่ดังที่สุดดังถึง 87.5 เดซิเบลล์

5.พอล แมคคาร์ที เป็นเจ้าของลิขสิทธิเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์ ถ้าจะนำมาออกรายการต้องซื้อลิขสิทธิก่อน...

6.เหรียญทองโอลิมปิกต้องมีแร่เงินผสมอยู่ 92.5 เปอร์เซนต์...

7.หอเอนเมืองปิซาเอนไปทางใต้...

8.กษัตริย์หลุยส์ที่ 14 อาบน้ำทั้งหมด 3 ครั้งในชีวิต...

9.ฮิตเลอร์แสกผมข้างซ้าย...

10.ผู้หญิงที่เกาะฮาวายที่ทัดดอกไม้ที่หูข้างซ้าย แสดงว่ามีเจ้าของแล้ว...

11.เราไม่สามารถฆ่าตัวตายด้วยการกลั้นหายใจได้...

12.ผู้หญิง 3.9 เปอร์เซนต์ไม่ชอบใส่กางเกงใน...

13.ฮิปโปผายลมทางปาก...

14.ประเทศซาอุดิอราเบียไม่มีแม่น้ำ...

15.กังหันทั้งโลกหมุนทวนเข็มนาฬิกา ยกเว้นที่ไอร์แลนด์...

16.เด็กนักเรียนอายุ 15 ปีขึ้นไปในบังคลาเทศจะถูกจับเข้าคุกถ้า"โกงข้อสอบ"...

17.ปลาที่อาศัยในน้ำลึกเกิน 800 เมตร จะไม่มีตา...

18.ผมคนเราจะร่วงประมาณ 200 เส้นต่อวัน...

19.ตัว"โอ"เป็นสระที่เก่าแก่ที่สุดในอังกฤษ...

20.คนพูดประมาณ 120 คำต่อนาที

21.ฝ่ามือและฝ่าเท้าของคนเราไม่สามารถไหม้ได้...

22.เม่นชอบช่วยตัวเอง...

23.ถ้าปลาไหลไฟฟ้าอยู่ในน้ำเค็ม จะถูกช็อตตาย...

24.ขั้นบันไดในไทยจะเป็นเลขคี่...

25.เจ้าฟ้าชายชาลส์ชอบสะสมฝาโถส้วม...

26.คนมีโอกาสตายจากผึ้งต่อยมากกว่างูกัด...

27.ประเทศวาติกันมีประชากรประมาณ 1000 คน

28.เมื่อคุณจาม หัวใจคุณจะหยุดเต้นเสี้ยววินาที

29.มันเป็นไปมะได้อ่ะคับ ถ้าคุณจะจามโดยไม่หลับตา

30.เดิมโคคาโคล่าเป็นสีเขียว

31.ชื่อที่โหลที่สุดในโลกคือ Mohammed

32.กล้ามเนื้อที่แข็งแรงที่สุดในร่างกายคือลิ้น

33.แต่ละโพหลังไพ่ แสดงถึงกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่จากประวัติศาสตร์ - โพดำกษัตริย์เดวิด - ดอกจิก อเล็กซานเดอร์มหาราช - โพหัวใจ ชาร์ล เลอ มาญ - ข้าวหลามตัด จูเลียส ซีซาร์

34. อนุสาวรีย์ของใครสักคนที่อยู่บนหลังม้าและม้ายกสองขาขึ้นบนอากา ศแปลว่าคนนั้นตายในสงคราม

35.ถ้าม้ายกขาข้าเดียวแปลว่า เขาบาดเจ็บในสงครามและตายจากการบาดเจ็บนั้น

36.ถ้าทั้งสี่ขาของม้าอยู่บนพื้น แสดงว่าตายโดยธรรมชาติ

37.ใน 4000 ปีที่ผ่านมา ไม่มีสัตว์ชนิดใหม่ๆที่ถูกทำให้เชื่อง

38.เชคสเปียร์ เป็นคนคิดค้นคำว่า assassination (การลอบฆ่า) และ bump (ชน กระทบ)

39.หัวใจมนุษย์สร้างความดันเพียงพอที่จะปั๊มเลือดออกจากร่างกาย ไป 30 ฟุต

40. หนูสามารถสืบพันธุ์ได้เร็วมาก ใน 18 เดือน หนูสองตัวจะสามารถมีทายาทมากกว่าล้านตัว

41.การใส่หูฟังแค่ชั่วโมงเดียว ทำให้แบคทีเรียในหูเพิ่มขึ้น700 เท่าตัว

42.ลิปสติกส่วนใหญ่มีส่วนประกอบของเกล็ดปลา

43.ลายนิ้วมือ....ลายลิ้นทุกคนต่างกัน

44.นิตยสาร time ได้ยกย่องให้คอมพิวเตอร์เป็นบุคคลแห่งปีในปีค.ศ.1982

45.สถิติจูบนานที่สุดในโลกเป็นของหลุยซา แอลเมโดวาร์ วัย 19 ปีกับแฟนหนุ่ม ริชแลงเลย์ วัย 22 ปีพวกเขาทำสถิติไว้ที่ 30.59.27 ชม.

46.ตอนที่ f4 ไปเปิดคอนเสิร์ตที่อินโดนีเซียทำให้เด็กนักเรียนเกือบ100 คน ต้องเรียนซ้ำชั้น เพราะไม่ได้ไปลงทะเบียนเรียนเทอม 2

47.บริษัทผู้ผลิตยาสีฟันดาร์ลี่เป็นเจ้าของเดียวกันกับที่ผลิตย าสีฟันคอลเกต

48.โดนัลด์ ดักส์ ถูกแบนในประเทศฟินแลนด์ เพราะมันไม่ได้สวมกางเกงใน

49.ภาพยนต์เรื่อง nothing hill จ่ายค่าตัวจูเลีย โรเบิร์ต 15ล้านเหรียญ ( 660 ล้านบาท ) ในขณะที่พระเอกอย่างฮิว แกรนจ์รับค่าตัวเพียง 1 ล้านเหรียญ ( 45 ล้านบาท)

50.หนังอนิเมชันเรื่อง SouthPark ได้รับการบันทึกลงในหนังสือกินเนสส์บุ๊กว่าเป็นหนังอนิเมชั่น เรื่องยาวที่หยาบคายที่สุดในโลกสถิติบันทึกไว้ว่า มีการใช้คำหยาบ 399 คำ พฤติกรรมรุนแรง 221 ครั้ง และแสดงท่าทางหยาบคาย 128 ครั้ง

51.ขนมทอดกรอบตรา ปูไทย ระบุว่าไม่มีส่วนผสมของเนื้อปู

52.ในน้ำทะเล 100 ตัน จะมีทองคำอยู่ประมาณ 4 กรัม

53.จำนวนแถวของข้าวโพดในแต่ละฝักจะเป็นเลขคู่

54.จิงโจ้เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดเดียวที่เดินถอยหลังไม่ได้

57.ยุงชอบเลือดเด็กมากกว่าเลือดผู้ใหญ่

58.แมงมุมทอดรสชาติเหมือนถั่ว

59.ฟันของแมลงสาบอยู่ในท้อง

60.เม่นทุกตัวลอยน้ำได้

61.หมู มีโอกาสเป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง

62.นอกจากมนุษย์แล้ว หมีขั้วโลกและจิงโจ้ต่างก็จูบเป็น ส่วนลิงชิมแปนซีนั้นจูบแบบ "เฟรนช์คิส" ได้ด้วย

63.คนถนัดขวามีอายุเฉลี่ยยืนยาวกว่าคนถนัดซ้ายถึง 9 ปี

64.Hippopotomonstrsesquippedaliophobia คือ ชื่ออาการของคนที่หวาดกลัวคำอ่านยาวๆ

65.ผู้ที่เกิดเดือนมกราคม - มีนาคม มีแนวโน้มเป็นโรคจิตและโรคคลั่งมากกว่าเดือนอื่นๆ

66.แก้วไม่ได้เป็นของเเข็ง เเต่เปนของเหลว

67.สมองคนเราหนักประมาณ 3% ของน้ำหนักของร่างกาย แต่ใช้เลือดไปเลี้ยงถึง 15% ของเลือดทั้งหมด

68.เลือดของกุ้งมังกรเปนสีน้ำเงิน

69.อูฐสามารถหมุนหัว 180 องศา

70.รู้หรือเปล่าว่าเว็บgoogleไม่ได้มีประโยชน์แค่หาข้อมูล แต่เป็นเครื่องคิดเลขได้

 

edit @ 28 Jul 2009 13:30:48 by ornorn :)

2007/Nov/06


 

สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ โลกมีแง่มุมมากมายให้มอง
แต่อยู่ที่เราจะเลือกมองมุมไหน แค่มองเห็นว่า....

*  คนทุกคนมีเหตุผลในการทำสิ่งต่างๆเสมอ

*  ความผิดพลาดเกิดขึ้นได้ แต่ทุกปัญหาแก้ไขได้

*  สิ่งร้ายๆ จะมาพร้อมกับสิ่งดีๆเสมอ

*  ความมืดในเวลากลางคืนมีแต่ 12 ชั่วโมง

*  หลังฝนตกหนักแล้วฟ้าจะปลอดโปร่ง

*  ของบางอย่างไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นของเรา แต่ชีวิตเป็นของเรา

*  ถนนบางสายไกลหน่อย แต่ก็ยังมีวันถึง

*  ฝันร้ายก็เป็นแค่ความฝัน

*  อุปสรรคทำให้ชีวิตมีสีสัน

*  ความเจ็บปวดทำให้หัวใจแข็งแกร่ง

*  ทุกอย่างมีระยะเวลาของมัน

*  การร้องไห้ทำให้ดวงตาใสขึ้น

*  ตัวเรายังไม่ได้อย่างใจเรา แล้วคนอื่นจะเป็นได้อย่างไร

*  เมื่อมาถึงจุดที่หนักที่สุดแล้ว หลังจากนั้นทุกอย่างจะผ่อนคลายลงเรื่อยๆ

*  มีไม่มากแต่ก็มีพอ

*  ไม่มีเงินแต่ยังมีแรง

*  ความอ้วนทำให้ใบหน้าอิ่มเอิบ

*  ความผอมทำให้เสื้อผ้าดูดี

*  ถ้าวิ่ง ก็ถึงที่เร็วขึ้น

*  ถ้าค่อยๆ เดินก็จะไม่เหนื่อย

เครดิต:www.yenta4.com จากกระทู้ของคุณมิ้นท์.... อ่านแล้วชอบมากๆ เลยเอามาให้อ่านกันค่ะ

edit @ 5 Dec 2007 14:40:12 by IcE_OreO~*+

2007/Oct/06


ล่าแม่มด เรื่องประหลาดในซาเล็ม
 

 

 

 


คำว่า
witch หรือแม่มดแผลงมาจากคำว่า wit ในภาษาแองโกลแซกซอน = "to know" หรือ หยั่งรู้ ต้องการรู้ ดังนั้น แม่มดจึงหมายถึง พวกที่ต้องการศึกษาหาความรู้ (ในศาสตร์ลึกลับเหนือธรรมชาติ) อาจจะด้วยแนวทางที่ดีหรือชั่วร้ายก็ได้ แต่เดิม แม่มดขาวส่วนใหญ่จะเรียนรู้ด้วยตนเอง อาจมาจากความใกล้ชิดกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามธรรมชาติ หรือจากคัมภีร์โบราณทางศาสนา แม่มดขาวบางคนอาจรับศิษย์สำหรับถ่ายทอดวิชา แต่ส่วนใหญ่แล้วจะไม่ ซึ่งตรงข้ามอย่างสิ้นเชิงกับแม่มดดำ

 

ไม่ว่าแม่มดจะมีจริงหรือไม่ หรือดีเลวอย่างไรก็ตาม ประมาณต้นศตวรรษที่ 6-11 แถบยุโรปเคยมีแม่มดและมนุษย์อาศัยอยู่ด้วยกัน แต่พอศตวรรษที่ 15-17 หรือยุคกลางของยุโรป ที่เรียกกันว่า ยุคมืด นั้นมีการล่าแม่มดขนานใหญ่ สมมุติว่าเกิดเหตุผิดธรรมชาติขึ้นในท้องถิ่น เช่นคนตายไร้สาเหตุ มีโรคระบาด คนสมัยนั้นก็จะโยนบาปใส่แม่มด พวกชาวบ้านก็จะตามหาผู้ต้องสงสัย และมักเป็นแพะรับบาป พร้อมหลักฐานจำนวนหนึ่ง บางทีหลักฐานก็ดูตลกๆ เช่นแค่เลี้ยงหมากับแมวไว้ในบ้านก็ตาม หญิงแก่ไร้ญาติบางคน ซึ่งมีแค่แมวตัวเดียวเป็นสัตว์เลี้ยงคลายเหงา มักถูกหาว่าเป็นแม่มด และถูกนำมาเผาประจานทั้งเป็นอย่างน่าอนาถ หญิงสาวบางคนที่สวยเกินไปก็โดนข้อหานี้ด้วย เพราะสงสัยว่าเอาวิญญาณแลกกับเรือนร่างอันน่ามอง ผู้ชายในสมัยนั้นจะชอบทารุณกรรมผู้หญิง โดยยกข้ออ้างจากไบเบิลขึ้นมาอ้างมั่วว่า สูเจ้าจะต้องไม่ทรมานแม่มดด้วยการปล่อยให้มีชีวิต ( "Thou shlt not a suffer awitch to live" )

 

ฉะนั้นจึงมีการเฆี่ยนประจาน การทรมานด้วยวิธีนานาที่จะนึกออกได้ ใครจะทนการทรมานไหว ก็จำต้องรับสารภาพ เพื่อจะได้ตายด้วยวิธีที่ไม่ทรมานนั่นคือ การเผาทั้งเป็น!

 

...เหตุการณ์ของการจับแพะแม่มดที่สำคัญโด่งดังคือ กรณีเซนต์โจนส์แห่งตำบลอาร์ค (โจนส์ออฟอาร์ค) เพียงเพราะเป็นผู้หญิงที่ไม่มีใครรู้ที่มาที่ไป และนำทัพปฏิวัติให้ฝรั่งเศสเป็นอิสระจากอังกฤษ อย่างเหลือเชื่อ การเมืองไม่เข้าใครออกใคร ผู้มีอำนาจในฝรั่งเศสสมรู้กันให้เธอกับอังกฤษ เพื่อแลกกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทั้งที่เธอต่างหากที่ปลดปล่อยฝรั่งเศสให้กลับมาเป็นปึกแผ่น และมีกษัฅริย์ของตนเอง เธอถูกตัดสินว่า ผิดจริงโดยใช้พลังของแม่มดในการเมืองการสงคราม และถูกเผาทั้งเป็น แต่ภายหลังเป็นร้อยปี ได้มีการรื้อคดีมาทำใหม่ และประกาศว่าการพิพากษาครั้งนั้นไม่ถูกต้อง แล้วเธอได้รับยกย่องให้เป็น หนึ่งใน นักบุญ (เซนต์) 

 

 

 

และ นี้คือเหตุการณ์ล่าแม่มดตอนหนึ่งที่ถือได้ว่าเป็นคดีโศกนาฏกรรมที่สยดสยองโด่งดังและส่งผลกระทบต่อวัฒนธรรมและสังคมอเมริกันอย่างใหญ่หลวง 

 

...แม่มด ที่หมูบ้านซาเล็ม...


เรื่อง
มันเริ่มเกิดขึ้น....เมื่อ

 


วันที่
20 มกราคม ปี 1692 หมู่บ้านซาเล็ม รัฐแมสซาซูเซตต์ เมืองเล็กๆ ในอเมริกา

 

อลิซาเบธ แพร์ริส อายุ 9 ขวบ บุตรสาวของซามูเอล แพร์ริส ที่เป็นผู้นำนิกายโปรเตสแตนท์และเป็นนายกเทศมนตรีท้องถิ่นแห่งหมู่บ้านซาเล็ม และอบิเกล วิลเลี่ยม หลานสาวอายุ 11 ปี จู่ๆ เด็กทั้งสองได้เกิดอาการลึกลับขึ้น เด็กทั้งสองหวีดร้องโหยหวน สักพักก็ล้มชักดิ้นชักงอ หน้าตาบิดเบี้ยว อยู่ในสถาวะไม่รู้สึกตัว กล่าวถ้อยคำดูหมิ่นพระเจ้า ศาสนา ถ้อยคำบางท่อนก็ฟังดูประหลาดลึกลับ คล้ายกับภาษาโบราณที่ฟังไม่รู้เรื่อง

ชั่วเวลาไม่นานนัก เด็กสาวอีกหลายคนก็แสดงอาการพฤติกรรมประหลาดที่ว่าเกิดขึ้นอีกหลายๆ หลังคาเรือน 

 


"ซาตาน ซาตาน กำลังจะกลับมา ซาตาน......"

 

วิลเลี่ยม กริสก์ แพทย์ประจำหมู่บ้านก็มารักษาเด็กในหมู่บ้าน กริสก์ใช้เวลานานในการรักษา แต่ผลที่ออกมานั้นไม่เป็นที่พอใจนัก เพราะไม่รู้ต้นสายปลายเหตุของอาการและพฤติกรรมที่น่าขนลุกนี้ได้เลย 

 

ในศตวรรษที่ 17 นั้นสมัยก่อนอ่าวแมสซาซูเซตต์สยังอยู่ในสภาพเป็นอาณานิคมของอังกฤษ และยังมีความเชื่อที่เกี่ยวกับภูตผีเพราะพื้นที่นี้เกิดโรคระบาดบ่อย และยังมีการแบ่งพรรคแบ่งพวก หมู่บ้านซาเล็มเองก็มีคู่อริที่มีการต่อสู้เปิดศึกกัน ระหว่างชุมชนเสมอ ทำให้พื้นที่หมู่บ้านที่อุดมสมบูรณ์นี้เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความหวาดระแวง

 

ล่วงเลยไปถึงกลางเดือน ก.พ.แพทย์ประจำหมู่บ้านก็จนปัญญา จึงสรุปว่าบรรดาเด็กสาวเหล่านี้โดนเวทมนต์คาถาและตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของซาตาน 

 

ที่นี้ก็เป็นเรื่อง พวกชาวบ้านและนักบวชพากันวิ่งวุ่น หาวิธีต่างๆ เพื่อเปิดโปงว่าใครคือต้นเหตุ เช่น จอห์น อินเดีย ทำเค้กผสมข้าวไรน์กับปัสสาวะเด็กๆ ที่ล้มป่วย เพื่อล่อให้พ่อมดแม่มดปรากฏออกมา 

 

ภายใต้ความกดดันอย่างหนักที่จะระบุแหล่งที่มาและต้นกำเนิดของภัยร้าย จู่ๆ บรรดาเด็กสาวได้อ้างชื่อผู้หญิงออกมาสองคนคือ ทิทูบา อินเดียน ทาสรับใช้คาริบเบียนที่อาศัยในบ้านของซามูเอล แพร์ริส... ถึงวันที่ 29 ก.พ. ได้มีประกาศจับกุมทิทูบา อินเดียน, ซาราห์ ออสบอร์น แม้ออสบอร์จะยืนยันความบริสุทธิ์ แต่ทิทูบา กลับสารภาพว่าฝึกเวทย์มนต์คาถาของแม่มดจริงๆ ระหว่างฝึกสามารถมองเห็นปีศาจร้ายปรากฏกาย มันมีรูปร่างคล้ายหมูอ้วน บางครั้งเป็นหมาใหญ่ ยิ่งกว่านั้นเธอยังบอกด้วยว่าสมรู้ร่วมคิดกับกลุ่มแม่มดเพื่อประกอบการชั่วร้ายในเมืองซาเล็มด้วย

ปั้นปลายชีวิตของทิทูบาถูกควบคุมตัวเป็นเวลานาน ตอนท้ายของการพิจารณาคดีเธอถูกขายออกไปในตลาดทาสอีกครั้ง 

 

ไม่กี่วันต่อมาหลังจากนั้นผู้พิพากษาศาลท้องถิ่นจอห์น ฮาธอร์น และโจนาธาน คอร์วิน ไต่สวนทิทูบา,ซาราห์ ในที่ประชุมกลางหมุ่บ้านซาเล็ม สิ่งที่น่าสนใจเป็นบันทึกถ้อยคำให้การระหว่างผู้พิพากษากับซาราห์

"ผู้ชั่ววิญญาณร้ายตนใดที่เจ้าคุ้นเคยสนิทสนมใกล้ชิดด้วย

ไม่มีค่ะ 

 

"เจ้าเคยทำสัญญาจ้างกับปีศาจหรือไม่"

 

"ไม่ค่ะ"

 

"ทำไมเจ้าต้องทำร้ายเด็กๆ เหล่านี้"

 

"ข้าไม่ได้ทำร้ายเด็กๆ ข้าขอปฏิเสธ"

 

"ใครจ้างวานให้เจ้าทำเช่นนั้น"

 

"ข้าไม่ได้รับจ้างใครทั้งสิ้น"

 

"เช่นนั้นเป็นสรรพสิ่งใดที่เจ้ารับว่าจ้างมา"

 

"ไม่มีสิ่งใดเลย ข้านั้นถูกกล่าวหาแบบผิดๆ"

 

ไม่กี่สัปดาห์ต่อมาชาวเมืองจำนวนมากออกมาต่อว่าว่าเคยถูกก่อกวนและเคยเห็นร่างปีศาจจำแลงของคนในชุมชนเดียวกัน การล่าแม่มดยังดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้น พร้อมกับคำสารภาพมากมายที่พร่ำพรูออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน


ผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นแม่มดมีเพิ่มทุกขณะ ถึงเดือนมิถุนายนมีการจัดตั้งศาลพิเศษเพื่อพิจารณาคดีแม่มดโดยเฉพาะ เรียกว่า
"ศาลพิเศษเพื่อรับฟังความและตัดสินโดยพิจารณาความเชื่อถือ" ศาลแห่งนี้ตัดสินความโดยพิจารณาคดีจากการกล่าวหาซึ่งๆ หน้า มีการประมวลวัตถุพยาน ทั้งที่จับต้องได้และจับไม่ได้ หรือสิ่งที่เหนือธรรมชาติ เช่น เครื่องหมายแม่มดในตัวผู้กล่าวหา การตอบสนองของคนล้มเจ็บ การเห็นภาพภูตผี ตอบสนองของคนที่ล้มเจ็บอยู่

 

และการประหารแม่มดจึงเริ่มเกิดขึ้น.........................

 

บริดเจต์ บิชอป เป็นคนแรกที่ถูกประกาศว่ามีความผิดฐานเป็นแม่มด เขาถูกตัดสินประหารโดยการแขวนคอ นับเป็นเหยื่อเคราะห์ร้ายรายแรกภายใต้กระบวนการศาลเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 1692 

 


การตัดสินประหารชีวิตด้วยการแขวนคอยังดำเนินการต่อไป ท่ามกลางโชคชะตาของผู้กล่าวหาว่าเป็นแม่มด แม้มีการเปลี่ยนข้าหลวงคนใหม่ เซอร์วิลเลียม ฟิปส์ มารับตำแหน่งใหม่แต่เหตุการณ์เลวร้ายยังเกิดขึ้นเหมือนเดิม
 

 

รีเบคกา เนิร์ส(หญิงชราวัย71ปี), ซูซานนาห์ มาร์ติน, ซาราห์และ อลิซาเบธ ฮาร์ คือกลุ่มที่ตัดสินให้โดนแขวนคอ ตามด้วยกลุ่มต่อมา...จอร์จ จาค็อบส์ ซีเนียร์, มาร์ธา แคร์เรียม, จอร์จ เบอร์โรห์ จอห์นและอลิซาเบธ พร็อคเตอร์ และจอห์น วิลลาร์ด และชาวเมืองอีกมากที่ลงชื่อวิงวอนในนามผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นแม่มด

 


จน
กระทั้งถึงเดือนกันยายน เมื่อโธมัส แบร็ตเทิล ยอมเสี่ยงชีวิตเขียนจดหมายวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของศาลว่าไม่ยุติธรรมในการไต่สวนคดีแม่มดให้แก่ข้าหลวงฟิลิปส์ จนมีคำสั่งล้มเลิกคดีศาลพิเศษอันนี้ เพราะใช้หลักฐานและพยานมั่วนิ่ม จับต้องไม่ได้ และประกาศอภัยโทษและนิรโทษกรรมแก่ผู้กล่าวหาว่าเป็นแม่มดในที่สุด

 

บันทึกสุดท้ายของคดีแม่มดแห่งซาเล็ม เกิดขึ้นอีก 19 ปีต่อมา โดยเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 1711 กฎหมายฉบับใหม่ได้สั่งให้คืนทรัพย์สมบัติที่ยึดมาจากผู้ตายและครอบครัวของผู้ตายให้หมด รวมไปถึงการจ่ายสินไหมทดแทนด้วย และนี่เป็นอันยุติคดีแม่มดในซาเล็มตลอดกาล

 

สรุปของคดีนี้คือตั้งแต่เกิดคดีนี้ขึ้นในซาเล็มมีการประกาศจับกุมเมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 1692 ชาวเมืองกว่า 150 คนถูกกล่าวหาและถูกต้องสงสัยว่าเป็นแม่มด 4 คน ตายในคุกรวมกับเด็กทารกอีก 1 คน การประหารชีวิตต้องการแขวนคอมีขึ้นเมื่อ 10 มิถุนายน, 19 กรกฎาคม, 19 สิงหาคม, 19กันยายน และ 22 กรกฎาคม รวมทั้งสิ้น 18 คน อีก 1 คนถูกทับด้วยแท่งหินจนตาย และสุนัข 2 ตัวถูกแขวนคอด้วย โดยถูกกล่าวหาว่าเป็นข้ารับใช้แม่มด

 

 

มันเกิดขึ้นเพราะอะไร

 


สามร้อยกว่าปีผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ทุกวันนี้เหตุการณ์
"แม่มดแห่งเมืองซาเล็ม" ยังสร้างเหตุฉงนค้างคาอยู่ในผู้คนจำนวนมากที่ต้องการหาข้อเท็จจริงว่ามันเกิดขึ้นอะไรกันแน่ที่บรรดาเด็กสาวในเมืองต่างพากันล้มเจ็บและออกอาการผีเข้า และเพ้อถึงซาตาน

 

และนี้คือทฤษฏีที่สันนิษฐานที่ถูกหยิบยกมาอธิบายมากที่สุด...

 

 


เกิดขึ้นเพราะอิทธิพลของวูดู

 

อาจเป็นไปได้ที่ว่าทาสจาก ทิทูบา อินเดียน ที่มาจากแถบคาริบเบียนและรู้เรื่องลัทธิวูดูอาจเล่าเรื่องลึกลับและน่าตื่นเต้นให้เด็กๆ ฟัง และเด็กๆ ในวัยอยากรู้อยากเห็นย่อมคล้อยตามเรื่องเหนือธรรมชาติเหล่านี้ไปด้วย ไม่นานเด็กบางคนก็เกิดเชื่อเรื่องนี้จริงจัง จนทำให้เกิดอาการสยองขวัญ ขวัญหนีดีฝ่อ และท้ายสุดล้มเจ็บลง 

 

 

การเรียกร้องความสนใจ 

 

พวกเธออาจเรียกร้องความสนใจให้คนอื่นเชื่อว่ามีแม่มด เรื่องลึกลับมีอยู่จริง จนเกิดเรื่องมันบานปลายจนหยุดไม่ได้

 

โดนยาพิษ 

 

บรรดาเด็กพวกนั้นอาจกินพวกเห็ดพิษเมาเจือปนอยู่กับเมล็ดข้าวไรย์หรือเมล็ดธัญญาหารที่เก็บเกี่ยวได้มีผลทำให้เกิดอาการชักสั่นเพ้อคลั่งขึ้นมาและมองเห็นภาพหลวนที่น่ากลัวต่างๆ เช่นซาตาน แม่มด เป็นต้น 

 

 

เกมแห่งอำนาจและผลประโยชน์ 

 


อันนี้น่าจะเป็นคำอธิบายที่น่าเชื่อถือที่สุดในยุคปัจจุบัน เรื่องของเรื่องทั้งหมดเป็นผลประโยชน์ระหว่างนายกรัฐมนตรีท้องถิ่น เจมส์ เบเลย์
กับซามูเอล แพร์ริล เมื่อมีเหตุการณ์วุ่นวายเกิดขึ้น นายกรัฐมนตรีจึงได้ใช้ผลประโยชน์จากเหตุการณ์นี้มาส่งเสริมความนิยมผู้นำที่นับวันเริ่มเสื่อมลง โดยทิทูบา อินเดียน ทาสจากหมู่เกาะทะเลแคริบเบียนก็เป็นทาสของนายกรัฐมนตรีแพร์ริสเอง ส่วนตัวต้นเหตุอลิซาเบธ แพร์ริส อบิเกล วิลเลียมส์ ก็เป็นลูกสาวและหลานสาว และพบว่าผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นแม่มดนั้นส่วนมากเป็นผู้ที่ให้การสนับสนุนเจมส์ เบเลย์ คู่แข่งของแพร์ริสทั้งสิ้น...

ภาพเพิ่มเติม

 

 


(บ้านในหมู่บ้านซาเล็ม ไม่แน่ใจว่าเป็นหลังที่ใช้ไต่สวนคดี?)

<นางรีเบกก้า เนิร์ส

...ปัจจุบันหมู่บ้านซาเล็มได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว มีสถานที่หลายแห่งเกี่ยวข้องและถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับการล่าแม่มด ที่มีผู้มาเยือนเพื่อชมประวัติศาสตร์อันน่าสะพรึงกลัว เช่น อนุสรณ์ สร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ.1992 เนื่องในโอกาสครบรอบ300ปีเหตุการณ์ล่าแม่มดในซาเล็ม แต่ละแผ่นป้ายจะมีข้อความอุทิศถึงผู้ที่ตกเป็นเหยื่อจนเสียชีวิต...

edit @ 5 Dec 2007 14:45:22 by IcE_OreO~*+

2007/Aug/25

มีขายในต่างประเทศนะ จะไปซื้อไหมล่ะ แค่ดูไว้เป็นบุญตาก็พอมั้ง อย่าซื้อเลย เดี๋ยวอ้วกแตก ตายย

จำตอนแรกของแฮรี่ พอตเตอร์กันได้ไหม เยลลี่ทุกรสจากรถเข็นขายขนมบนรถไฟไปฮอกวอร์ตไง มีรสหลากหลายมาก บริษัท Warner Bros. Entertainment ได้ขายลิขสิทธิ์ให้กับบริษัท Jelly Belly Candy ซึ่งก็ได้ผลิตออกมาเป็น 10 รส

ดูด้านหน้ากล่องก่อน




ด้านหลังกล่อง บอกรายละเอียดว่า ไม่มีไขมัน แต่ให้พลังงาน 140 แคโลรี ส่วนประกอบคร่าวๆ มี น้ำตาล น้ำเชื่อมข้าวโพด ขี้ผึ้ง ผงน้ำส้มสายชู เกลือและแต่งกลิ่นเลียนธรรมชาติ




เปิดกล่องล่ะนะ




และจากนี้ไปคือคำวิจารณ์จากปากคำของคนที่ลองชิมดูแล้ว (และน่าจะเป็นต้นกำเนิดของฟอร์เวิร์ดเมล์นี้ ซึ่งไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นผู้ใด)

Earwax..รสขี้หู ลองชิมดูแล้วก็อร่อยดี อาจเพราะไม่เคยกินขี้หูจริงๆ ก็เลยไม่ค่อยรู้สึกอะไร




Booger..รสขี้มูก เข้าใจว่าลายสีแดงๆ อาจพยายามสื่อถึงขี้มูกเปื้อนเลือดกำเดา รสเค็มปะแล่ม ๆ เหมือนเสลดที่หลุดจากหลอดลมมาเข้าปาก




Sausage..รสไส้กรอก ถ้าไม่ติดรสหวานเพราะความที่มันเป็นเยลลี่แล้ว เจ้าเม็ดเล็กพวกนี้ก็คือไส้กรอกบิ๊กไบท์ใน 7-11 ดี ๆ นี่เองล่ะค่ะ




Black Pepper..รสพริกไทยดำ เผ็ดและหอมดีค่ะเม็ดนี้ เหมือนกำลังเคี้ยวพริกไทยดำรสหวาน




Vomit..รสอ้วก ได้รับการโหวตจากเหยื่อทุกคนว่าบัดซบที่สุดในกล่องค่ะ หลายคนฝืนเคี้ยวได้หยับสองหยับก็ต้องคายทิ้ง เรียกหาน้ำมาล้างปากกันจ้าละหวั่น (ลองนึกถึงการเคี้ยวเศษอ้วกที่เหลือในปากก็แล้วกัน)




Dirt..รสดิน ตอนชิมเม็ดนี้ถึงขนาดต้องคายออกมาดูค่ะว่าเขายัดไส้ดินเหนียวไว้ข้างในหรือยังไง เพราะกลิ่นดินมันช่างคลุ้งดีเหลือเกิน




Soap..รสสบู่ หอมค่ะ แต่จะไม่แปลกใจเลยถ้าน้ำลายของเราจะกลายเป็นฟองฟอด




Rotten Egg..รสไข่เน่า บางคนบอกว่ารูปร่างเหมือนไข่จิ้งจก ทั้งที่รสชาติมันคือตดก้อนชัด ๆ




Pickle..รสแตงดอง คนทานแตงดองได้คงไม่เดือดร้อน ถือว่าเป็นรสชาติระดับปราณีค่ะ




Earthworm..รสไส้เดือน แค่สีก็สยองแล้ว กลิ่นเหม็นเขียวร้ายกาจของมันยิ่งให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเข้าแข่ง Fear Factor ..โอ้ แหวะค่ะ

เดรดิต:www.yenta4.com/scoop

edit @ 5 Dec 2007 14:47:07 by IcE_OreO~*+

2007/Aug/21

ความฝัน เป็นสิ่งสวยงาม
แต่มันจะไม่เกิดขึ้น ถ้ามัวแต่ฝันอยู่อย่างนั้น

 

 


ความหวัง เป็นเหมือนกำลังใจ
แต่มันก็จะไม่สมหวังเช่นกัน ถ้ามัวแต่หวังอยู่อย่างนั้น
แต่ก็ใช่ว่า เมื่อก้าวเดินตามฝัน หรือทำตามความหวังแล้ว
มันจะสำเร็จตามที่ใจต้องการเสมอไป

 

 


สำหรับบางอย่าง มันก็ต้องเผื่อใจไว้บ้าง
มันอาจจะไม่เป็นอย่างนั้น มันอาจจะไม่เป็นอย่างนี้
อย่างที่เราต้องการให้มันเป็น

 


ไม่ใช่ว่าเราไม่ดี
แต่เป็นเพราะว่า เราดีไม่พอ
ก็ไม่ใช่อีกแหละ แท้จริงแล้ว ก็เป็นเพราะ มันไม่เหมาะสมกับเรา

 

 


ไม่ใช่เราไม่เหมาะสมกับมัน
บางสิ่งบางอย่าง เมื่อเราเลือกที่จะเดินตามมัน เพื่อไขว่คว้าหา
ก็ต้องทำให้เราพบกับความผิดหวังอยู่เรื่อย
แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจบ
หรือหมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง

 


บางที ความมั่นใจ หรือการตั้งความหวังไว้สูงมาก
ก็อาจจะเป็นดาบที่ย้อนกลับมาทำร้ายตัวเราเองได้เหมือนกัน


แม้บางครั้ง ต้องพบกับความผิดหวังจากสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
ก็อย่าถึงกับร้องไห้เสียใจ กินไม่ได้ นอนไม่หลับ หรือทำร้ายตัวเองทางอ้อมเลย
เพราะแต่ละสิ่ง ก็ไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต
ถ้ามันคือทุกอย่างของชีวิต
เราก็คงไม่สามารถยืนหยัดอยู่จนถึงทุกวันนี้หรอก

 

 


เพราะฉะนั้น จงทำวันนี้ให้ดีที่สุด
เมื่อล้มก็ลุกขึ้นใหม่
แม้จะลุกช้าและยากลำบากสักแค่ไหน ก็ยังดีกว่าไม่พยายามจะลุก
และนั่งรอคอยความหวังอยู่ตรงที่เดิม


เมื่อเหนื่อยก็หยุดพัก แล้วค่อยเริ่มต้นใหม่
บางครั้งการแสวงหาสิ่งใหม่ๆก็เป็นเรื่องดี เพื่อที่จะได้พบกับสิ่งดีๆที่ดีกว่าเดิม
แต่บางครั้ง สิ่งเดิมๆอาจจะดีกว่าสิ่งใหม่ๆที่กำลังพยายามค้นหาอยู่ก็ได้นะ

เครดิต:เย็นตาโฟ

 

edit @ 5 Dec 2007 14:40:52 by IcE_OreO~*+